เพิ่งมีโอกาส ได้ดู หนังไทยอีกเรื่อง  เรื่อง  รักแห่งสยาม 
เป็นหนังที่ดูจบแล้ว  ใจมันอิ่ม ๆ  กับเรื่องราวของความรักหลากหลายในเรื่อง
รักของโต้งและมิว  รักของพี่น้อง  รักของหญิงสาว รักของ คนที่แอบรัก และรักของเพื่อน 
มิว   อาศัยอยุ่กับอาม่า  และมีความเหงากับเสียงดนตรี เป็นเพื่อน  อาม่า สอนมิวว่า ดนตรี หล่อเลี้ยงชีวิตอาม่าอย่างไร 
มิวโตขึ้นพร้อมกับพรสวรรค์ทางดนตรี 
โต้ง  หนุ่มน้อยร่าเริง ครอบครัวพร้อมหน้า พ่อแม่และพี่สาว 
แต่เหตุการณ์ในครอบครัวเปลี่ยนไป เมื่อพี่สาวหายตัวไป ตอนไปเที่ยวเชียงใหม่ ทั้งครอบครัว ทำให้ครอบครัวโต้งไม่เหมือนเดิม 
พ่อ ติดเหล้า และจมกับความหลัง และ การเฝ้ารอการกลับมาของแตงลูกสาว  จนกลายเป็นไอ้ ขี้แพ้  ในสายตาแม่ 
แม่ ต้องกลายเป็นเหมือนหัวหน้าครอบครัว  แบกรับความรู้สึกของทุกคนไว้ 
การแสดงออก ของแม่ที่เหมือนเย็นชา ไม่ว่ากับพ่อหรือกับโต้ง 
จนบางทีเรารู้สึกอึดอัด  และคิดว่า ถ้าแม่ไม่เย็นชาขนาดนี้  กอดพ่อ  บ้าง นะ กอดโต้งบ้าง 
หลายอย่าง ๆ อาจ ดีขึ้น  คลี่คลายขึ้นบ้าง 
สินจัย ในบทแม่ กับการยืนกอดอก มองลูกชาย หรือคุยกับสามี  ถ้ามือที่กอดอก กลายมาเป็นมือที่ กอด และ ปลอบใจอาจจะดีกว่านี้ 
เหมือนครอบครัวนี้ เครียด จนมีปัญหาในการสื่อสาร ไม่ได้ พูดกัน  อาจเป็นเพราะลูกชายที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น
การสื่อสาร สำคัญ นะ  ถ้าได้พูดกัน กอดกัน  หลายอย่างอาจดีขึ้น มาก
ประเด็นของโต้ง กับมิว ที่ มีความรุ้สึกดี ๆ ต่อกัน หลายคน มองประเด็นนี้ แล้ว เอามาเป็นหลักของเรื่องนี้  ว่าเป็นหนังเกย์ (เกย์เด็ก ที่เราเคยคิดในตอนแรก)
มันเป็นความรักที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกผูกพัน   ความเหงา  ความรัก ความคิดถึง  ความรู้สึกดี ๆ  ไม่เห็นจำเป็น ต้องเป็นเกย์
อาจจะเป็นหรือไม่เป็น  ก็แล้วแต่  คงไม่ใช่ประเด็น  แต่มันสวยงาม ลึกซึ้ง และ อิ่มใจ 
"ดั่งในใจความบอกในกวี  ว่าที่ใดมีรักย่อมมีหวัง"
เพลงประกอบหนังที่เพราะทุกเพลง  และมีความหมาย 
ตั๋วเดินทาง 
เพียงเธอ
กันและกัน 
คืนอันเป็นนิรันดร์  :  ที่บรรยาย คืนที่ยาวนานแห่งความเหงาได้อย่างกินใจ คนเหงา ๆ เชียวแหละ  เนื้อหาเหมาะ กับเสียงร้องที่กินใจมาก  ชอบ .
แล้วความรักของโต้งกับมิวเกิดจากอะไรล่ะ   เกิดจากความเหงารึเปล่า  เป็นเรื่องที่ต้องมานั่งถามตัวเองหลังจากดูจบ 
มิวเหงา  โต้งเหงา  พ่อกับแม่ ล่ะ เหงาหรือเปล่า
เมื่อมีใครมาเติมเต็มความเหงา ทำให้ความเหงาหายไป  เหมือน เพลงเพียงเธอ 
และ เกิดเป็นความรัก  ทำให้มีพลังสร้างสรรค์ สิ่งดี  เหมือนเพลงกันและกัน ที่บอกว่า เมื่อมีรักย่อมมีหวัง
ถ้าความรักเกิดจากความเหงาได้จริง   ถ้างั้น  ความเหงาก็คงไม่ได้เลวร้ายเสมอไป น่ะสิ 
อย่างน้อยก็ทำให้ คนเหงา ได้รู้จักว่าความรักเป็นอย่างไร 
เขียนไป ก็นึกถึงเพลง เหตุเกิดจากความเหงา  ของ Emotion town   ไปซะได้
"เหตุเกิดจากความเหงาจึงทำให้รู้ว่ารักเทอเท่าไหร่  ความห่างไกลมันทำให้ชั้นคิดถึงเทอ 
ความอ้างว้างเดียวดาย  คอยตอกย้ำอยู่เสมอ  ว่ารักเธอหมดใจ"
01_255
ช่วงนี้  เครียด ๆ นิดหน่อย  เลยอยากอ่านการ์ตูนขึ้นมาบ้าง  จะได้เบาสมอง 
วันก่อนไปเดินเล่นบ้านพี่หมอปุ้ย และพี่มล ที่ย้ายบ้านใหม่  เจ้าของบ้านกะลังรื้อของพอดี 
เลยได้การ์ตูน ทาร์จัง จ้าวป่า มาอ่าน  มีทั้งหมด  8  เล่ม จบ  แต่ละเล่มหนาปึ้ก  แอบลามกนิดหน่อย แบบเด็ก ๆ
"ทาร์จังจ้าวป่า"  ทาร์ซานหนุ่มร่างล่ำบึ้ก  เป็นเด็กกำพร้า ที่เติบโตมาในผืนป่าแอฟริกา  โดยมี เอเต้คิจิ  ลิงชิมแพนซี (หัวงู)  ที่เป็นทั้งพ่อและเพื่อน 
ทาร์จังมีพละกำลังแข็งแรง  มีทักษะทางการได้ยินและการมองเห็นที่เป็นเลิศ
ฝึกพละกำลังกล้ามเนื้อ  จากการ ขัดส้วม  ทำกับข้าว  เก็บผลไม้ ปลูกผัก  และซัก กุงเกงในให้เจน ศรีภรรยา
หน้าที่หลักของทาร์จังคือ พิทักษ์ ความสงบสุข ของเหล่าเพื่อนสัตว์  ในผืนป่าแอฟริกา  โดยการต่อสู้กับเหล่านัก ล่าสัตว์ผิดกฎหมาย
ตลอดเรื่อง ทาร์จังต้องต่อสู้ อยู่ ตลอด  สู้เพื่อเพื่อน และสู้เพื่อสัตว์ที่เป็นที่รัก และผืนป่าแอฟริกา
บางครั้งในการต่อสู้ทาร์จังเป็นฝ่ายที่เกือบพ่ายแพ้  เนื่องจาก สัญชาตญาณสัตว์ในตัวทาร์จังเอง  ที่ชอบการให้อภัย  ไม่ต่อสู้เพื่อแย่งชิง แต่ต่อสู้เพื่อป้องกันตนเอง และหาอาหาร
นี่คือความอ่อนโยนของทาร์จัง  ที่ได้จากการซึมซับมาจากผืนป่ากว้างใหญ่ของแอฟริกา
พลังในการต่อสู้ของทาร์จังเป็นพลังจากธรรมชาติ และพลังจากวิญญาณ สัตว์ในแอฟริกาที่ทาร์จังเคยช่วยชีวิตไว้ และแก่แตยไปเอง
พลังของทาร์จัง จึงยิ่งใหญ่ และแข็งแรง กว่าคู่ต่อสู้ ใด ๆ
เจนซัง  ภรรยา แสนรักของทาร์จัง  เป็นภรรยาที่แสนฉลาด  และคอยช่วยเหลือทาร์จังอย่างเงียบ ๆ
อดีตเจนซังเป็นนางแบบจาก นิวยอร์ก ที่มาตกหลุมรักทาร์ซานหนุ่ม  
เจนซังเป็นคนฉลาด ชอบศึกษาหาความรุ้จากหนังสือ  ที่บ้านของเจนซังเลยมีหนังสือ เยอะมาก 
ในเรื่อง จะเห็นเจนซัง นั่งอ่านหนังสือ ซะเป็นส่วนใหญ่ เลยอ้วนเป็นตุ่ม
ในเรื่องเจนซังอ้วนตลอดเลย  ตาล๊ก  ตาหลก  มาผอมครั้งนึง ตอนที่ได้ยาลดความอ้วนจากเซนโฮ เจ้าสำนักเบญมาศขาว ทีเอามาฝาก
หลังกินยาลดความอ้วนเจนซัง กลับมาสวยเซกซี่เหมือนตอนสาว ๆ แต่ก็ได้ไม่นาน  เจนซังกลับมาอ้วนอีกครั้ง และ ลดไม่ได้อีกเลย
กินยาลดความอ้วนก็ไม่ได้ เพราะ ยานี้จะให้ผลได้แค่ครั้งเดียว กินซ้ำ ร่างกายจะดื้อยาไปแล้ว
แต่เราก็ชอบเจนซังตอนอ้วน  นะ  ตาหลก ดี 
ในเล่มแรก ๆ  เจ้าของ โรงแรม และสนามต่อสู้ประลอง ที่ยิ่งใหญ่ ในลาสเวกัส เคยคิดว่า ทาร์จังเป็นลูกชาย คนโต  แต่ ก็ไม่ใช่
เนื่องจากความแตกต่าง ด้านพลังอำนาจในการรรักษาตัวเองของทาร์จัง  และ ความรู้สึกอื่น ๆ
พ่อแม่ที่แท้จริงของทาร์จังได้รับการเปิดเผย ในเล่มหลัง ๆ  พ่อ ทาร์จังชื่อ วัลแคน เป็นเทพนักสู้แห่งอียิปต์ มีพลังในการควบคุมสัตว์และ การแปลงร่างเป็นสัตว์
แม่ทาร์จัง ชื่อเมโรเอะ เป็นเทพ นักสู้ แห่งอียิปต์ ที่แสนฉลาดปราดเปรื่อง 
ในเล่มสุดท้าย ทาร์จังต้องต่อสู้ กับ นักรบ แมลงดัดแปลงพันธุกรรมที่มาจากโลกอนาคต เพื่อมาทำลาย ลูกของ อ.เรียว ที่จะไปกอบกู้โลก ในอีก 50 ปีข้างหน้า
ทาร์จังได้เจอกับลูกสาวในอนาคต  ทำไห้ ได้รู้ว่า ทาร์จัง จะมีลูก ชาย 6 คน หญิง 6 คน และแต่ละคนทำงานที่ยิ่งใหญ่
ในปี 2045  ผืนป่าแอฟริกา ถูกทำลายจนกลายเป็นทะเลทราย สัตว์ที่ทาร์จังรัก ถูกฆ่าตาย เนื่องจาก ประชากรที่ล้นโลก 
ลูกสาวทาร์จังปกปิดความจริงเรื่องนี้เนื่องจาก ไม่อยากให้ทาร์จังสูญเสีย ความมั่นใจที่จะปกป้องสัตว์และ การต่อสู้
แต่เหล่าแมลง จากโลกอนาคต รู้จุดอ่อนของทาร์จัง  เมือ่ได้ทราบความจริง ทาร์จังก็ เศร้าใจและหมดแรงสู้
แต่สุดท้าย  ก็คิดได้ว่า เมื่อเหล่า แมลง ปีศาจ ย้อนเวลามาเพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคต  ดังนั้นอนาคตก็ต้องเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน
ทาร์จังก็เลยต่อสู้ เพื่ออนาคตอีกครั้ง ...
และอนาคตก็เปลี่ยนแปลง 
ในปี 2045  แอฟริกา ไม่กลายเป็นทะเลทราย  ฝูงสัตว์ดำรงชีวิตกันอย่างมีความสุข 
เป็นการ์ตูน อีกเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกดีจัง  
อนาคตที่เปลี่ยนแปลงได ขึ้นกับวันนี้ 
พลังธรรมชาติ 
การดำรงชีวิต  และการทำงาน ที่ ต้องมีคุณธรรมควบคู่ไปด้วย 
Tazan

ชีวิต..

posted on 24 Feb 2008 13:36 by parajee
21 - 22 กพ  ไปวัด พระบาทน้ำพุ   กับ เจ้าหน้าที่ของคลิกนิกเอชไอวี ของ รพ.
และ แกนนำผู้ติดเชื้อเอดส์   ที่มาช่วยงานที่ คลินิก
อืม... ไม่รู้จะเริ่มต้นเล่าว่าอย่างไรดี
ทั้งๆ ที่ ตอนแรก คิดไว้ว่า คงจะ ไม่ เป็นอะไร มาก มายนักในความรู้สึก เพราะเราอยู่ รพ  และอ่านหนังสือ เกี่ยวกับธรรมะ และการตาย มาบ้าง
ความรู้สึก  เหมือนมีก้อน อะไร มาจุกอยู่ที่คอ ตอนที่เดิน อยู่ภายในวัด  ยังไม่จางหายไปเลย
เห็นคนป่วย   เห็นกองกระดูก   กองมหึมา    เห็น คนที่กำลังหายใจ และดำเนินชีวิตเหมือนเรา ๆ ท่าน ๆ
สุดท้ายทุกคน ก็มีจุดจบเหมือนกันหมด
แตกต่างกันที่ การทำยังไง ให้ชีวิตที่ตนดำรงอยู่นี้  เกิดประโยชน์ กับตนเอง และคนอื่นมากที่สุด
ชีวิตคนเราเกิดมา ก็ แค่เกิดมาเพื่อทำความดี นั่นแหละ
ทางวัดยังต้องการปัจจัย  เราไม่ลังเลใจที่จะบริจาค  ใช้เงินมาตั้งเยอะ  บริจาคเงินให้วัดไว้ทำงาน  คงไม่ต้องคิดมากอะไร
และก็ถึงเวลากลับ 
ได้แต่นั่งนึกในใจว่า
ทุกคนต้องดำเนินชีวิต ต่อไป ตามเส้นทางของตนเอง  และทำตามหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด 
ชีวิตนี้มันสั้นนัก แหละ ทำยังไง ให้ เกิดประโยชน์  ก่อนจะจากไป  ก็  คงแค่นี้
ฝากบอกเพื่อน ๆ ที่เข้ามาอ่านว่า   ชีวิต นี้มันสั้นนัก  บางครั้งเราไม่ต้องลังเลอะไรเลย
ที่จะตัดสินใจ เลือกสิ่งที่จะทำสิ่งที่ดีให้กับชีวิต
ขากลับ แวะ Village  outlet ที่โคราช 
เสื้อผ้าราคา เป็นพัน  วัยรุ่น บางคน ซื้อเสื้อ  ทีละหลายพัน โดยไม่ต้องคิดอะไรมากมายเลย 
ความแตกต่าง ภายใน 1 วัน 
เห็นแล้วก็ คิดถึง คนด้อยโอกาส ในสังคมอีก หลายคน
ทำไม  ช่องว่าง  มันช่างต่าง กันมากมายเช่นนี้
DSC02110

The Tibetan Book of Living and Dying : บทที่ 1

posted on 24 Feb 2008 13:33 by parajee

ได้รับหนังสือเล่มนี้ มาจากพี่ชายคนนึง  คาดว่า คงอ่านได้จบ

อย่างน้อยเดือนละบทก็ยังดี

 

บทที่ 1 คำแนะนำจากใจ  เพื่อช่วยเหลือผู้ใกล้ตาย
แสดงความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข
     สิ่งที่ผู้ใกล้ตายต้องการอย่างยิ่ง  ก็คือความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขเท่าที่จะเป็นไปได้
โดยไม่มีความหวังจากผู้ใดมารัดรึง
   
บอกความจริง
     ภาวะใกล้ตายเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งในการที่บุคคลจะยอมรับความเป็นไปในชีวิตของตน
การบอกผู้คนแต่เนิ่น ๆ ว่าเขากำลังจะตายนั้นเป็นเรื่องสำคัญ 
และการเผชิญกับความสูญเสียอันเจ็บปวดอย่างตรงไปตรงมา  ก็มีอานิสงค์อย่างยิ่ง
ความกลัวตาย
     การตระหนักถึงความกลัวตายอขงตัวเองจะช่วยให้เราเข้าใจถึงความกลัวของผู้ใกล้ตายได้อย่างมากมายมหาศาล
การมองความกลัวของคุณอย่างตรงไปตรงมายังช่วยคุณในการพัฒนาวุฒิภาวะ  ท่านโซเกียล  รินโปเซ คิดว่าไม่มีวิธีใดอีกแล้ว
ที่จะเร่งให้คุณเติบโตเยี่ยงมนุษย์ได้ดีไปกว่าการช่วยเหลือผู้ใกล้ตาย  การดูแลใส่ใจผู้ใกล้ตายอย่างแท้ที่จริงก็คือการเพ่งพินิจความตาย
ของตัวคุณเองอย่างลึกซึ้ง  นี่เป็นวิธีเผชิญหน้า
ภารกิจที่ยังไม่เสร็จสิ้น
     เราควรตายอย่างสงบสุข  โดยปราศจากการจับฉวย  โหยหา  และยึดติด
กล่าวคำอำลา
     "ตอนนี้ฉันอยู่กับเธอแล้ว  และฉันก็รักเธอด้วย  เธอกำลังจะจากไป  ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามากทุกคนก็ต้องเป็นเช่นนี้
ฉันอยากให้เธออยู่กับฉันที่นี่  แต่ฉันไม่อยากให้เธอทุกข์กว่านี้อีกแล้ว  เราอยู่ด้วยกันมานานพอแล้ว  และฉันก็จะชื่นชม
ช่วงเวลาดังกล่าวตลอดไป  โปรดอย่ายื้อยุดชีวิตอีกต่อไปเลย  ปล่อยไปเถิด  ฉันยินยอมอย่างจริงใจให้เธอจากไป
เธอไม่ได้อยู่คนเดียว  ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหน ๆ เธอมีความรักของฉันในทุกที่"
สู่ความตายอย่างสงบ
ที่มา
ประตุสู่สภาวะใหม่
The tibetan book of living and dying
โซเกียล  รินโปเซ  เขียน
พระไพศาล  วิสาโล  แปล

สืบเนื่องมาจาก...ผม

posted on 20 Feb 2008 21:10 by parajee
อาทิตย์ที่แล้ว  ไปตัดผมมา  ....ผมที่เคยไว้ยาวมา 2 ปีกว่า
อันที่จริงก็คงไม่ได้แปลกอะไร  ก็แค่การทำให้ผมสั้นลง  มันก็เท่านั้น
ก็แค่เลือกตัดในวันที่  14  กุมภาพันธ์  ที่ใคร ๆ ก็ว่าเป็นวันแห่งความรัก
ก็แค่ตัดซะสั้นกุด...
เหตุผลสั้น ๆ  ก็แค่ ว่าง  และ รำคาญ  555
อ่า... นะ  ปรากฎว่าเป็นประเด็นที่เรียกร้องความสนใจได้ดีทีเดียว 
มีคนบอกว่า  จะทำโพล  สำรวจ ความคิดเห็นว่า  อิชั้นควรไว้ผมทรงไหนดี...ประมาณนั้น 
เหมือนบอก  เจ้าของทรงผมกลาย ๆ ว่า  มันตัดเนี่ย ไม่ปรึกษา ผู้ใดเลยรึไง ( วะ )
จากการสำรวจความคิดเห็น
หญิงวัย  40 ลงมา ..ชอบ 
หญิงวัย 40 ขึ้นไป ..ชอบผมยาว
ผู้ชาย ร้อยทั้งร้อย  ชอบผู้หญิงผมยาว 
พี่จักร แฟนคลับ คนเดียว ประกาศจะลาออก จากแฟนคลับ 
แต่อิชั้น ห้ามไว้ ห้ามลาออก  555